คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดเรื่องควอนตัมคือ “แล้วมันจะมาเมื่อไร” · แต่คำถามที่ใช้วางแผนได้จริง คือ “ข้อมูลของเราต้องเป็นความลับไปอีกกี่ปี” เพราะภัยที่เกิดขึ้นแล้ววันนี้ ไม่ใช่เครื่องควอนตัม แต่คือการที่ผู้โจมตีดักเก็บข้อมูลที่เข้ารหัสไว้ก่อน แล้วรอถอดเมื่อเครื่องพร้อม · บทความนี้ไม่ใช่บทวิเคราะห์เทคโนโลยีควอนตัม แต่เป็นชุดเครื่องมือและมาตรฐานที่คุณเอาไปสแกนและประเมินองค์กรตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้
01ภัยไม่ใช่ควอนตัม แต่คือการเก็บไว้ก่อน
กลยุทธ์ที่เรียกว่า Harvest Now, Decrypt Later (HNDL) คือการที่ผู้โจมตี ดักและเก็บทราฟฟิกที่เข้ารหัสไว้ตั้งแต่วันนี้ โดยยังถอดไม่ได้ แล้วรอจนกว่าจะมี คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่แรงพอ — ที่วงการเรียกว่า CRQC (Cryptographically Relevant Quantum Computer) · หน่วยงาน CISA, NSA และ NIST ออกเอกสารร่วมกันเตือนเรื่องนี้และแนะให้ทุกองค์กรเริ่มทำโรดแมปความพร้อม โดยไม่ต้องรอให้เครื่องเกิดขึ้นจริง2
ผลที่ตามมาคือ ข้อมูลที่ต้องเป็นความลับยาวนานเสี่ยงที่สุด — เวชระเบียน สัญญาระยะยาว ข้อมูลลูกค้า ความลับทางการค้า กุญแจที่ฝังในอุปกรณ์ ที่จะใช้ไปอีกสิบปี · ส่วนข้อมูลที่หมดอายุเร็วอย่างรหัส OTP แทบไม่ได้รับผลกระทบจาก HNDL การจัดลำดับความสำคัญจึงต้องดูที่ อายุของความลับ ไม่ใช่ขนาดของระบบ
สำหรับกรอบเวลาของ CRQC เอง · ปัจจุบัน ยังไม่มีเครื่องที่ทำได้จริง และการประเมินยังกระจายตัวกว้าง · รายงานของ Global Risk Institute ให้ค่าประมาณ ราว 28–49% ที่จะมีเครื่องระดับนั้นภายในสิบปี ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุด เท่าที่รายงานฉบับนี้เคยให้มา6
02วัดความเร่งด่วนด้วยสูตรของ Mosca
เครื่องมือวางแผนที่ใช้กันเป็นมาตรฐานคือ Mosca’s Theorem ซึ่งเปลี่ยนคำถามที่ตอบไม่ได้ (“ควอนตัมมาเมื่อไร”) ให้เป็นการเทียบตัวเลขสามตัว ที่องค์กรประเมินเองได้6
X = ข้อมูลของคุณต้องเป็นความลับอีกกี่ปี · Y = ใช้เวลากี่ปีในการย้ายระบบทั้งหมด (องค์กรทั่วไปมักอยู่ที่ 3–7 ปี) · Z = อีกกี่ปีกว่าจะมี CRQC
ตัวอย่าง: ถ้าข้อมูลต้องลับ 10 ปี (X=10) และประเมินว่าย้ายระบบเสร็จใน 5 ปี (Y=5) รวมเป็น 15 ปี · ขณะที่ค่ากลางของ Z อยู่ราวปี 2030–2035 หรือ 4–9 ปีจากนี้ · ผลคือคุณควรเริ่มไปแล้ว — ไม่ใช่เพราะควอนตัมใกล้มา แต่เพราะข้อมูลของคุณอายุยาว
03สแกนจากข้างนอก · ทำได้ในห้านาทีแรก
จุดเริ่มที่ง่ายที่สุดคือดูว่าเว็บและ API ของคุณ ต่อรองการแลกกุญแจแบบต้านควอนตัมได้แล้วหรือยัง ·
มาตรฐานที่ใช้กันจริงบนอินเทอร์เน็ตตอนนี้คือแบบผสม (hybrid) ชื่อ
X25519MLKEM768 ซึ่งจับคู่ X25519 แบบเดิมเข้ากับ ML-KEM-768
ตาม FIPS 203 — ออกแบบให้ปลอดภัยแม้ตัวใดตัวหนึ่งถูกเจาะ · Chrome, Edge และ Firefox
เปิดใช้เป็นค่าเริ่มต้นแล้ว7
ถ้ามี OpenSSL 3.5 ขึ้นไป (เวอร์ชันแรกที่รองรับ ML-KEM ในตัว) ตรวจได้ด้วยคำสั่งเดียว8
อยากได้ภาพรวมทั้งเว็บรวมถึง cipher, ใบรับรอง และกลุ่มการแลกกุญแจในครั้งเดียว ใช้ testssl.sh ซึ่งเป็นสคริปต์โอเพนซอร์สรันได้บนเครื่องตัวเอง ไม่ต้องส่งข้อมูลออกไปที่บริการภายนอก และเวอร์ชันปัจจุบันรายงานกลุ่ม PQ แบบผสมแล้ว9
ส่วนภาพระดับประเทศและอุตสาหกรรม · Cloudflare Radar เปิดหน้าสถิติ การใช้การเข้ารหัสต้านควอนตัมแบบสาธารณะ ใช้เทียบได้ว่าองค์กรคุณตามหรือนำค่าเฉลี่ย10 · ตัวเลขล่าสุดคือทราฟฟิกผู้ใช้จริงเกินครึ่งได้รับการปกป้องแล้ว ขณะที่ฝั่ง origin server ยังอยู่ราว 10% เท่านั้น เพิ่มจากไม่ถึง 1% เมื่อต้นปี 20251 — ช่องว่างตรงนี้คือการบ้านของฝั่งองค์กร ไม่ใช่ของเบราว์เซอร์
การที่เบราว์เซอร์ขึ้นแม่กุญแจ ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากควอนตัม · และการเปิด hybrid TLS ได้ก็ ยังไม่ใช่การย้ายไป PQC — มันแก้เฉพาะข้อมูลที่วิ่งบนสาย (data in transit) เท่านั้น ยังไม่แตะลายเซ็นดิจิทัล ใบรับรอง กุญแจที่เก็บไว้ หรือข้อมูลที่เข้ารหัสไว้ในฐานข้อมูล ซึ่งเป็นงานก้อนใหญ่กว่ามาก
04ทำ CBOM · รู้ว่ารหัสอยู่ตรงไหนบ้าง
งานที่กินเวลาที่สุดของการย้ายไป PQC ไม่ใช่การเปลี่ยนอัลกอริทึม แต่คือ การหาให้เจอว่าตอนนี้ใช้อะไรอยู่ตรงไหน · เอกสาร NIST SP 1800-38B ของศูนย์ NCCoE ถึงกับแยกเรื่องนี้ออกมาเป็นเล่มต่างหากในชื่อ Cryptographic Discovery พร้อมแผนทดสอบเครื่องมือค้นหา11
รูปแบบมาตรฐานสำหรับบันทึกผลคือ CBOM (Cryptography Bill of Materials) ซึ่งถูกผนวกเข้าสเปก CycloneDX 1.6 แล้ว — คิดง่าย ๆ ว่าเป็น SBOM แต่เก็บรายการอัลกอริทึม ความยาวกุญแจ โปรโตคอล ใบรับรอง และความสัมพันธ์ ว่าส่วนไหนของระบบเรียกใช้อะไร12
เครื่องมือโอเพนซอร์สที่ใช้ได้เลย
-
sonar-cryptography · ปลั๊กอิน SonarQube ที่สแกนซอร์สโค้ดหา
cryptographic asset แล้วออกไฟล์
cbom.jsonให้อัตโนมัติ · ปัจจุบันรองรับ Java และ Python · เดิมสร้างโดย IBM Research ตอนนี้อยู่ภายใต้ Post-Quantum Cryptography Alliance ของ Linux Foundation13 - CBOMkit-theia · ตัวเดียวกันในตระกูล CBOMkit แต่สแกน container image และไดเรกทอรี แทนซอร์สโค้ด — เหมาะกับของที่คุณไม่ได้เขียนเอง14
- CycloneDX Tool Center · รวมรายการเครื่องมือที่ออก CBOM ตามสเปกได้ ใช้เลือกตัวที่เข้ากับภาษาและ pipeline ขององค์กร12
ข้อควรรู้: เครื่องมือพวกนี้ไม่ได้เห็นทุกอย่าง · รหัสที่ฝังใน firmware อุปกรณ์เครือข่าย HSM หรือระบบของผู้ให้บริการภายนอก ต้องใช้วิธีถามและตรวจสัญญาเอา — ซึ่งนำไปสู่ข้อถัดไป
05มาตรฐานที่ใช้อ้างอิงกับผู้บริหารได้
เวลาต้องของบประมาณหรือตอบผู้ตรวจสอบ การชี้ไปที่เอกสารที่มีสถานะชัดเจนช่วยได้มาก · ชุดที่ควรรู้จักมีดังนี้
- FIPS 203 / 204 / 205 — มาตรฐานอัลกอริทึมที่ประกาศใช้แล้ว: ML-KEM สำหรับแลกกุญแจ · ML-DSA และ SLH-DSA สำหรับลายเซ็นดิจิทัล11
- NIST IR 8547 — กรอบการเปลี่ยนผ่าน เสนอให้ เลิกใช้ RSA-2048 และ ECC-256 ภายในปี 2030 และ ห้ามใช้ หลังปี 2035 · ⚠️ ยังมีสถานะเป็น ร่างเพื่อรับฟังความเห็น อย่าอ้างว่าเป็นข้อบังคับที่ปิดจบแล้ว3
- NIST SP 1800-38 (NCCoE) — คู่มือปฏิบัติ มีเล่มแยกเรื่องการค้นหา cryptographic asset และผลทดสอบการผสาน PQC เข้ากับ TLS, SSH, X.509 และ HSM11
- CISA · NSA · NIST Quantum-Readiness Factsheet — เอกสารสั้นสำหรับ ผู้บริหาร บอกขั้นตอนทำโรดแมป สำรวจสินทรัพย์ ประเมินความเสี่ยง และคุยกับผู้ขาย2
- CNSA 2.0 (NSA) — ใช้บังคับกับระบบความมั่นคงสหรัฐฯ · กำหนดให้ การจัดซื้อใหม่ต้องรองรับตั้งแต่ 1 มกราคม 2027 · แม้ไม่ผูกพันองค์กรทั่วไป แต่หลายที่ใช้เป็นไทม์ไลน์อ้างอิง4
- NIST CSWP 39 (ธ.ค. 2025) — ว่าด้วย crypto agility โดยเฉพาะ คือความสามารถในการเปลี่ยนอัลกอริทึมโดยไม่ต้องรื้อระบบ15
06ไทย · Quantum-Ready 2030
ฝั่งไทยมีทิศทางระดับชาติแล้ว · สกมช. ผลักดันนโยบาย “Quantum-Ready 2030” เพื่อเตรียมประเทศรับยุคควอนตัม โดยวางเป็น สี่เสาหลัก ได้แก่ การสำรวจและเปลี่ยนผ่านระบบรหัส · การเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน · การพัฒนาบุคลากร · และการวางธรรมาภิบาลกับมาตรฐาน16
ควบคู่กันคือ ร่างกรอบความมั่นคงปลอดภัยควอนตัม ที่วางโรดแมป 10 ปีช่วง พ.ศ. 2569–2578 · จุดที่น่าสนใจเชิงนโยบายคือไทยเลือกแนวทาง ใช้ PQC เป็นหลัก ซึ่งเป็นการปรับซอฟต์แวร์และทยอยเปลี่ยนผ่านได้ โดยไม่ผูกกับการลงทุนโครงสร้าง QKD5 — สอดคล้องกับทิศทางสากล
ยังไม่มี CRQC ในโลกวันนี้ · ใครก็ตามที่รับประกันว่า “ป้องกันควอนตัมได้ 100%” หรือบอกว่าต้องซื้อ QKD เท่านั้นถึงจะรอด ควรถูกตั้งคำถาม · คำถามที่ควรถามผู้ขายคือ “รองรับ FIPS 203 และ 204 เมื่อไร และออก CBOM ให้เราได้ไหม” ไม่ใช่ “มีแผนไหม”
07เป้าหมายจริงคือเปลี่ยนอัลกอริทึมได้
สิ่งที่ควรตั้งเป็นเป้าระยะยาวไม่ใช่ “ย้ายไป ML-KEM ให้เสร็จ” แต่คือ crypto agility — ความสามารถในการเปลี่ยนอัลกอริทึมในโปรโตคอล แอปพลิเคชัน ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ได้โดยยังรักษาความปลอดภัยและการทำงานต่อเนื่องไว้ ซึ่ง NIST ออกเอกสารเฉพาะเรื่องนี้เมื่อธันวาคม 202515
เหตุผลตรงไปตรงมา · PQC รอบนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เราต้องเปลี่ยนรหัส · องค์กรที่เจ็บที่สุดในรอบนี้คือพวกที่ ฝังชื่ออัลกอริทึมไว้ในโค้ดทุกซอกทุกมุม จนแก้ทีต้องรื้อทั้งระบบ · สิ่งที่ควรทำระหว่างย้ายคือแยกงานรหัสออกเป็นชั้นเดียว ทำการหมุนกุญแจและใบรับรองให้เป็นงานอัตโนมัติ และเลิกผูกตรรกะธุรกิจกับอัลกอริทึมเฉพาะตัว
08เช็กลิสต์เริ่มสัปดาห์นี้
- รันคำสั่ง
openssl s_client -groups X25519MLKEM768กับโดเมนหลักขององค์กร · จดผลไว้เป็น baseline - คำนวณ X + Y + Z ตามสูตร Mosca กับข้อมูลที่อายุยาวที่สุดที่คุณถือครอง
- ตั้ง sonar-cryptography หรือ CBOMkit สแกนโค้ดหลักหนึ่งระบบ เพื่อดูว่า CBOM ออกมาหน้าตาอย่างไร
- ทำบัญชีระบบที่เก็บข้อมูลอายุเกิน 5 ปี แล้วจัดลำดับตามอายุความลับ ไม่ใช่ตามขนาดระบบ
- เพิ่มข้อกำหนด PQC ลงในแบบฟอร์มจัดซื้อและสัญญาฉบับถัดไป (อ้าง FIPS 203/204 และขอ CBOM)
- เปิด hybrid TLS ที่ CDN หรือ load balancer ถ้ายังไม่ได้เปิด — เป็นของที่ได้มาแทบฟรี
- ใส่หัวข้อ “ความพร้อมด้านควอนตัม” ลงในรายงานความเสี่ยงต่อผู้บริหารรอบหน้า
การย้ายไป PQC เป็นงานหลายปี และไม่มีองค์กรไหนทำเสร็จในไตรมาสเดียว · แต่สิ่งที่ทำให้ต่างกันไม่ใช่ว่าใครย้ายเสร็จก่อน หากคือ ใครรู้ก่อนว่าตัวเองมีอะไรอยู่บ้าง · การสแกนครั้งแรกใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง และนั่นคือระยะห่างระหว่างองค์กรที่มีแผน กับองค์กรที่ยังเดาอยู่
- Cloudflare · ทราฟฟิกผู้ใช้จริงที่ใช้การแลกกุญแจต้านควอนตัมเพิ่มจาก 29% เป็น 52% ในปี 2025 · ฝั่ง origin ราว 10% blog.cloudflare.com · 2025–2026
- CISA · NSA · NIST — Quantum-Readiness: Migration to Post-Quantum Cryptography (joint factsheet) cisa.gov
- NIST IR 8547 (Initial Public Draft) · Transition to Post-Quantum Cryptography Standards — เสนอเลิกใช้ 2030 ห้ามใช้ 2035 nvlpubs.nist.gov · csrc.nist.gov
- NSA · CNSA 2.0 Algorithms — การจัดซื้อระบบความมั่นคงใหม่ต้องรองรับตั้งแต่ 1 ม.ค. 2027 media.defense.gov · qusecure.com
- ร่างกรอบความมั่นคงปลอดภัยควอนตัมของไทย · โรดแมป 10 ปี พ.ศ. 2569–2578 · เลือกแนวทาง PQC ไม่ผูกกับ QKD bangkokbiznews.com · posttoday.com · 2026
- ค่าประมาณช่วงเวลาการมาถึงของ CRQC และการใช้สูตร Mosca จัดลำดับความเสี่ยง (อ้างรายงาน Global Risk Institute) encryptionconsulting.com · 2026
- X25519MLKEM768 · hybrid key exchange สำหรับ TLS 1.3 และการรองรับในเบราว์เซอร์ inside.java · goodtls.com · 2026
- OpenSSL 3.5 · รองรับ ML-KEM และ ML-DSA ในตัว พร้อมวิธีตรวจด้วย s_client cryptomathic.com
- testssl.sh · รายงานกลุ่มการแลกกุญแจที่ต่อรองได้ รวมกลุ่ม PQ แบบผสม github.com/testssl
- Cloudflare Radar · หน้าสถิติการใช้การเข้ารหัสต้านควอนตัมทั่วโลก radar.cloudflare.com
- NIST NCCoE · SP 1800-38 Migration to Post-Quantum Cryptography · เล่ม B ว่าด้วย Cryptographic Discovery nccoe.nist.gov · practice guide
- CycloneDX · Cryptography Bill of Materials (CBOM) ผนวกเข้าสเปก 1.6 · และ Tool Center cyclonedx.org · tool center
- sonar-cryptography · SonarQube plugin สแกนโค้ดออก CBOM · Java และ Python github.com/cbomkit · research.ibm.com
- CBOMkit ภายใต้ Post-Quantum Cryptography Alliance · สถาปัตยกรรมและเครื่องมือสแกน container pqca.org
- NIST CSWP 39 · Considerations for Achieving Crypto Agility (ธ.ค. 2025) nvlpubs.nist.gov · nist.gov
- สกมช. · นโยบาย Quantum-Ready 2030 และสี่เสาหลักการเตรียมประเทศรับยุคควอนตัม dailynews.co.th · brickinfotv.com · 2026